ReadyPlanet.com


เอายาเบื่อหนูใส่ในโอ่งน้ำยังไม่มีใครกินเป็นพยายามฆ่าโดยไต่ตรองไว้ก่อน


 ข้อ 3. นายสมต้องการฆ่านางใส จึงคิดวางแผนฆ่านางใสด้วยการหาซื้อยาเบื่อหนู เมื่อได้มาแล้วได้เอายาเบื่อหนูใส่ในโอ่งน้ำดื่มของนางใส นายสองน้องชายของนางใสเห็นเหตุการณ์โดยตลอด จึงตะโกนร้องบอกนางใสพี่สาวในทันทีไม่ให้ดื่มน้ำในโอ่งนั้น นายสมตกใจที่ความแตกจึงรีบวิ่งหนี นายสองโกรธที่นายสมกระทำกับพี่สาวของตนเช่นนั้น จึงวิ่งไล่ยิง นายสมไปทันทีขณะที่นายสมวิ่งหนีไปตามทางแคบๆ มีรถจักรยานของนายเหลืองจอดขวางทางอยู่ นายสมจึงวิ่งชนรถนั้นเพื่อไม่ให้โดนยิง ทำให้รถล้มลงและได้รับความเสียหาย โดยนายสอง ยิ่งถูกนายสมได้รับบาดเจ็บสาหัส

ให้วินิจฉัยว่า  นายสมและนายสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใด


ผู้ตั้งกระทู้ ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 :: วันที่ลงประกาศ 2017-11-08 07:21:24


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4086882)

ธงคำตอบ

นายสมมีเจตนาฆ่านางใส การเอายาเบื่อหนูใส่ในโอ่งน้ำดื่มของนางใส เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการในการฆ่านางใส อันเป็นการกระทำที่ใกล้ชิดต่อความผิดสำเร็จที่จะเกิดขึ้น จึงมีความผิดฐานพยายามฆ่านางใสโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 และมีความผิดฐานปลอมปนเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพตามมาตรา 336 ด้วย (เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 2143 / 2536)
 
นายสองมีความผิดฐานพยายามฆ่านายสมตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 แต่อ้างเหตุบันดาลโทสะตามมาตรา 72 ได้ เพราะการที่นายสมลงมือฆ่านางใสเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมต่อนางใสและต่อนายสองน้องชายซึ่งเห็นเหตุการณ์โดยตลอดด้วย(เทียบคำพิพากษาฎีกาที่ 1597 / 2497)
 
นายสมมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ของนายเหลืองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 โดยจะอ้างว่าเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็นตามมาตรา 67(2) เพื่อให้ตนพ้นจากภยันตรายจากการถูกไล่ยิงไม่ได้เพราะภยันตรายนั้นนายสมเป็นผู้ก่อให้เกิดขึ้นเพราะความผิดของนายสมเอง
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ภาคหนึ่ง สมัยที่ 70 ปีการศึกษา 2560 วันที่ตอบ 2017-11-08 07:33:15


ความคิดเห็นที่ 2 (4086888)

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2143/2536 

จำเลยเอายาเบื่อหนูใส่ในโอ่งน้ำดื่มของผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายทราบเสียก่อนไม่ยอมดื่มน้ำดังกล่าวผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะเป็นการปลอมปนเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้และการปลอมปนนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 236 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 กรณีเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 90
โกรธไม่ยอมคืนดีด้วยใส่ยาเบื่อหนูในโอ่งน้ำไม่ตายเป็นพยายามฆ่า
โกรธแค้นที่ไม่ยอมคืนดีด้วยจำเลยเอายาเบื่อหนูซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์ใส่ในน้ำในโอ่งน้ำดื่มของผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย (อ่านฉบับย่อย่าว)
ผู้แสดงความคิดเห็น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2143/2536 วันที่ตอบ 2017-11-08 08:03:34


ความคิดเห็นที่ 3 (4086894)

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2497 

ใช้มีดยาวคืบเศษแทงผู้ตายหลายทีจนมีบาดแผลฉกรรจ์ 2 แผลเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ต้องถือว่าเป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
จำเลยแทงผู้ตาย โดยบันดาลโทสะขณะที่เห็นพี่สาวจำเลยถูกผู้ตายกดขี่ข่มเหงด้วยเหตุร้ายแรง และไม่เป็นธรรม จำเลยจึงควรได้รับลดหย่อนผ่อนโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 55
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2496 จำเลยได้ใช้มีดแทงนายเพ็งถึงแก่ความตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษ
จำเลยให้การว่าได้กระทำไปโดยป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยทำร้ายผู้ตายเนื่องจากผู้ตายตีนางสงบพี่สาวจำเลย จำเลยบันดาลโทสะจึงได้แทงผู้ตาย พิพากษาว่าจำเลยผิดกฎหมายอาญา มาตรา 249 แต่ลดโทษฐานบันดาลโทสะตามมาตรา 55 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา จำเลยไม่ควรได้รับการลดโทษฐานบันดาลโทสะตามมาตรา 55 เพราะผู้ตายวิวาทกับพี่สาวจำเลย จำเลยไม่ได้ถูกกดขี่ข่มเหงโดยไม่เป็นธรรมอย่างไรพิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 251 แต่ปรานีลดโทษตามมาตรา 59 ลง 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 4 ปี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายได้ใช้ไม้ตีนางสงบพี่สาวจำเลย จำเลยจึงตรงเข้าใช้มีดแทงผู้ตาย 5 แผล เห็นว่าการที่จำเลยใช้มีดยาวคืบเศษแทงผู้ตายหลายที จนมีบาดแผลฉกรรจ์ 2 แผลเป็นเหตุให้ถึงตายต้องถือว่าเป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนา แต่จำเลยกระทำผิดโดยบันดาลโทสะในขณะที่เห็นพี่สาวของตนถูกผู้ตายกดขี่ข่มเหงโดยเหตุร้ายแรง และไม่เป็นธรรม จึงควรได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษตามมาตรา 55 และยังได้ลุแก่โทษ และให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาจึงพิพากษาว่า จำเลยผิดกฎหมายอาญา มาตรา 249 แต่ลดโทษให้ตามมาตรา 55, 59 คงจำคุกไว้ 5 ปี
ผู้แสดงความคิดเห็น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2497 วันที่ตอบ 2017-11-08 08:23:58



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล