ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletชื่อสำนักทนายความ
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletสัญญาเช่าซื้อขายฝาก
bulletคดีแรงงาน
bulletฎีกาคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดโทษจำคุก
bulletคดีเช็คและตั๋วเงิน
bulletการสิ้นสุดแห่งการสมรส
bulletฎีกาปี2550
bulletฎีกาวิอาญา
bulletทรัพย์สินสามีภริยา
bulletคำพิพากษาคำสั่งศาล
bulletทรัพย์สินกรรมสิทธิ์
bulletหนี้ร่วมสามีภริยา
bulletพรบ.อาวุธปืน
dot
Newsletter

dot




ข้ออตกลงไม่ใช้สิทธิประกันสังคมกับโรงพยาบาล

 

ข้ออตกลงไม่ใช้สิทธิประกันสังคมกับโรงพยาบาล

 การที่ผู้ประกันตนและมารดาทำหนังสือแจ้งความประสงค์ไม่ใช้สิทธิประกันสังคมกับโรงพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมทำความตกลงไว้ เนื่องจากเลือกใช้สิทธิให้ผู้ทำละเมิดเป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลซึ่งมีมาตรฐานการรักษาพยาบาลสูงกว่าสิทธิที่จะได้รับจากการประกันสังคมนั้นไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนข้อตกลงตามหนังสือดังกล่าวมีผลผูกพันได้ ต่อมาผู้ประกันตนได้รับเงินค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดและนำไปชำระเป็นค่ารักษาพยาบาลแล้วจึงไม่มีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จากกองทุนประกันสังคมซ้ำอีก ในกรณีที่ผู้ประกันตนประสบอันตรายอันมิใช่เนื่องจากการทำงานโดยถูกบุคคลอื่นทำละเมิดขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อชนได้รับบาดเจ็บย่อมมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันสังคมพ.ศ.2533และไม่ตัดสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิดได้อีกด้วย

             คำพิพากษาศาลฎีกาที่  963/2539

          เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกันตนประสบอันตรายอันมิใช่เนื่องจากการทำงานโดยถูกบุคคลอื่นทำละเมิดขับรถยนต์ด้วยความประมาทเลินเล่อชนได้รับบาดเจ็บโจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตามพระราชบัญญัติประกันสังคมพ.ศ.2533และยังมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิดอีกด้วย การที่โจทก์และมารดาโจทก์ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ไม่ใช้สิทธิประกันสังคมกับโรงพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมทำความตกลงไว้แต่จะเลือกใช้สิทธิให้ผู้ทำละเมิดต่อโจทก์เป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลซึ่งมีมาตรฐานการรักษาพยาบาลสูงกว่าสิทธิที่จะได้รับจากการประกันสังคมนั้นไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนข้อตกลงตามหนังสือดังกล่าวมีผลผูกพันโจทก์เมื่อโจทก์ได้รับเงินค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดและนำไปชำระเป็นค่ารักษาพยาบาลแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จากกองทุนประกันสังคมซ้ำอีก
________________________________


          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยอันไม่ใช่เนื่องจากการทำงานโจทก์ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชนได้รับบาดเจ็บ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลของจำเลยที่ 2 เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ได้ให้โจทก์และมารดาโจทก์ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ไม่ใช้สิทธิประกันสังคมไว้ ซึ่งขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนตกเป็นโมฆะ หลังจากโจทก์จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลของจำเลยที่ 2 แล้ว โจทก์ได้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนต่อสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสมุทรปราการของจำเลยที่ 1 แต่ได้รับการปฏิเสธ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งแล้ว แต่คณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ ขอให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว กับให้จำเลยที่ 2 จ่ายค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ได้จ่ายไปดังกล่าว หรือให้จำเลยที่ 1 สั่งให้จำเลยที่ 2 คืนเงินดังกล่าวนั้นแก่โจทก์

          จำเลยทั้งสองให้การว่า ผู้กระทำละเมิดโจทก์ได้ทำหนังสือยินยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลแทนโจทก์ และโจทก์ทำหนังสือไม่ใช้สิทธิประกันสังคมแล้ว ซึ่งไม่เป็นโมฆะ ทั้งผู้กระทำละเมิดได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลกับค่าเสียหายแก่โจทก์แล้วครบถ้วน คำสั่งและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลแรงงานกลาง พิพากษายก ฟ้อง

          โจทก์ อุทธรณ์ ต่อ ศาลฎีกา

          ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ได้เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิของประกันสังคม โจทก์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น การที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลกรุงเทพของจำเลยที่ 2 นำแบบพิมพ์หนังสือมาให้โจทก์ลงลายมือชื่อไม่ใช้สิทธิตามกฎหมายประกันสังคมหนังสือข้อตกลงยกเว้นไม่ใช้สิทธิตามกฎหมายประกันสังคมดังกล่าวถือเป็นการตกลงยกเว้นไม่ใช้สิทธิอันพึงมีตามกฎหมายประกันสังคมซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ข้อตกลงเป็นโมฆะ อีกทั้งการที่ผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์จ่ายเงินจำนวน 140,000 บาท ให้แก่โจทก์นั้น เป็นกรณีที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากผู้ที่กระทำละเมิดให้โจทก์ได้รับความเสียหายอันเป็นสิทธิตามกฎหมายอื่นอีกส่วนหนึ่ง การที่โจทก์ได้รับสิทธิตามกฎหมายประกันสังคมจึงไม่เป็นการตัดสิทธิที่โจทก์จะได้รับตามกฎหมายอื่นนั้น พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า โจทก์ผู้ประกันตนประสบอันตรายถูกรถยนต์ชนได้รับบาดเจ็บอันมิใช่เนื่องจากการทำงานแต่เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของบุคคลอื่น โจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนตามพระราชบัญญัติประกันสังคมพ.ศ. 2533 มาตรา 54 และยังมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากบุคคลอื่นฐานทำละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 อีกด้วยกรณีคดีนี้เป็นการฉุกเฉิน โจทก์ได้รับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ซึ่งมิใช่สถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะได้ชดใช้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบริการทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลที่โจทก์ทดรองจ่ายไปก่อน ต่อมามีการส่งตัวโจทก์ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพของจำเลยที่ 2 ซึ่งสำนักงานประกันสังคมทำความตกลงไว้โจทก์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ โรงพยาบาลกรุงเทพจะเรียกเก็บเงินจากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง แต่โจทก์กับนางหนูเพียง  มารดาโจทก์ได้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ไม่ใช้สิทธิประกันสังคมกับโรงพยาบาลกรุงเทพตามเอกสารหมาย ล.1 มีปัญหาว่า การที่โจทก์ทำหนังสือไม่ใช้สิทธิประกันสังคมยกเว้นการใช้สิทธิตามกฎหมายดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ถ้าโจทก์ใช้สิทธิตามบัตรประกันสังคมตามมาตรฐานของสำนักงานประกันสังคมที่จำเลยที่ 1 ตกลงไว้กับโรงพยาบาลกล่าวคือ โรงพยาบาลจะดูแลรักษาเหมือนกับคนไข้ธรรมดาทั่วไป ก็จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแต่ถ้าไม่ใช้สิทธิประกันสังคมเพราะมีบุคคลอื่นเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูงกว่าสิทธิที่จะได้รับตามกฎหมายประกันสังคมการรักษาพยาบาลก็มีมาตรฐานดีกว่าของประกันสังคม เมื่อโจทก์และมารดาโจทก์สมัครใจที่จะใช้สิทธิให้ผู้ทำละเมิดต่อโจทก์เป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลซึ่งจะได้รับการรักษาพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงกว่าสิทธิที่จะได้รับ การใช้สิทธิของโจทก์ผู้ประกันตนโดยเลือกให้ผู้ทำละเมิดเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาล ข้อตกลงดังกล่าวก่อผลผูกพันกันได้ตามความสมัครใจ จะได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไรก็เป็นการรับรองเจตนาของโจทก์ เมื่อโจทก์สมัครใจสละสิทธิการใช้สิทธิของตนที่มีอยู่ตามกฎหมายย่อมกระทำได้ หาขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่ประการใดไม่ ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลผูกพันโจทก์ เมื่อโจทก์ได้รับเงินจำนวน 140,000 บาท จากผู้ทำละเมิดต่อโจทก์แล้วนำไปชำระค่ารักษาพยาบาลให้จำเลยที่ 2 เสียบางส่วน โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ซ้ำอีก

          พิพากษายืน

( สวรรค์ ศักดารักษ์ - พรชัย สมรรถเวช - ชลอ บุณยเนตร )

 พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 54, 73

 มาตรา 54 ผู้ประกันตนหรือบุคคลตาม มาตรา 73 มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน จากกองทุน ดังต่อไปนี้
 (1) ประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
 (2) ประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร
 (3) ประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ
 (4) ประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย
 (5) ประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร
 (6) ประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
 (7) ประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน ยกเว้นผู้ประกันตนตาม มาตรา 39

มาตรา 73 ในกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายโดยมิใช่ประสบอันตราย หรือ เจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ถ้าภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้จ่าย เงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนให้จ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย ดังนี้
 (1) เงินค่าทำศพตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อย เท่าของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวันตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ให้จ่ายให้แก่ บุคคลตามลำดับ ดังนี้
 (ก) บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้จัดการศพและได้เป็น ผู้จัดการศพผู้ประกันตน
 (ข) สามีภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าเป็น ผู้จัดการศพผู้ประกันตน
 (ค) บุคคลอื่นซึ่งมีหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้จัดการศพผู้ประกันตน
 (2) เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งผู้ประกัน ตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์นั้น แต่ถ้าผู้ประกันตนมิได้มีหนังสือระบุไว้ ก็ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่สามีภริยา บิดามารดาหรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน ดังนี้
 (ก) ถ้าก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่สามสิบหก เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึงสิบปี ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือน ที่คำนวณได้ตาม มาตรา 57 คูณด้วยสาม
 (ข) ถ้าก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่สิบปีขึ้น ไป ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของค่าจ้างรายเดือนที่คำนวณได้ตาม มาตรา 57 คูณด้วยสิบ

________________________________
ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความลีนนท์ 085 9604258   www.peesirilaw.com

        




สิทธิของประกันสังคม

ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเมื่อสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง