ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletชื่อสำนักทนายความ
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletสัญญาเช่าซื้อขายฝาก
bulletคดีแรงงาน
bulletฎีกาคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดโทษจำคุก
bulletคดีเช็คและตั๋วเงิน
bulletการสิ้นสุดแห่งการสมรส
bulletฎีกาปี2550
bulletฎีกาวิอาญา
bulletทรัพย์สินสามีภริยา
bulletคำพิพากษาคำสั่งศาล
bulletทรัพย์สินกรรมสิทธิ์
bulletหนี้ร่วมสามีภริยา
bulletพรบ.อาวุธปืน
dot
Newsletter

dot




คำสั่งเกี่ยวกับการปล่อยตัวชั่วคราวห้ามอุทธรณ์ | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058

 


 

การยื่นคำร้องขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวนั้น ในกรณีที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามคำร้องนั้น จำเลยจะอุทธรณ์+ฎีกา คำสั่งของศาลได้หรือไม่ ในเรื่องนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเป็นคำสั่งระหว่าง พิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวนจึงต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ฎีกา

       คำพิพากษาศาลฎีกาที่  4829/2553

พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด         โจทก์

            จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว และคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องเพื่อประกอบการขอให้ปล่อยชั่วคราว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและยกคำร้องที่ขอให้ไต่สวน จำเลยที่ 2 อุทธรณ์เฉพาะคำสั่งที่ยกคำร้องขอให้ไต่สวนคำร้องเพื่อประกอบการขอให้ปล่อย ชั่วคราว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ฎีกา เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่ไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 2 เพื่อประกอบการพิจารณาขอให้ปล่อยชั่วคราวก็สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นไม่ อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราว ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 108 คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196 และการที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้คืนถ้อยคำสำนวนพร้อมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งแก่ ศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไปก็มีผลเช่นเดียวกับการไม่รับวินิจฉัย และสั่งยกอุทธรณ์จำเลยที่ 2 คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงชอบแล้ว
________________________________

            คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 8, 19 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 264, 265, 268, 371

            ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว และคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องเพื่อประกอบการขอให้ปล่อยชั่วคราว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้องที่ขอให้ไต่สวน

          จำเลยที่ 2 อุทธรณ์เฉพาะคำสั่งที่ยกคำร้องขอให้ไต่สวนคำร้องประกอบการขอให้ปล่อยชั่วคราว

          ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่ไต่สวนพยานตามที่จำเลยที่ 2 ร้องขอ ซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่มิได้ทำให้คดีเสร็จสำนวน ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 จึงให้คืนถ้อยคำสำนวนพร้อมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งแก่ศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการ ต่อไป

          จำเลยที่ 2 ฎีกา
            ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้ไต่สวนคำร้องเพื่อประกอบการพิจารณาขอ ให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 2 เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 หรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่ไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 2 ดังกล่าว สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 2 ในระหว่างพิจารณา ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่พิจารณาโดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นไปโดยไม่เกิดความเสียหายแก่คดีในระหว่าง พิจารณา คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จ สำนวนเพราะคดีจะต้องพิจารณาต่อไป กรณีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา 196 คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยที่ 2 อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้คืนถ้อยคำสำนวนพร้อมคำร้องอุทธรณ์คำสั่งแก่ศาลชั้น ต้นเพื่อดำเนินการต่อไปซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการไม่รับวินิจฉัยและสั่งยก อุทธรณ์จำเลยที่ 2 คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น
          พิพากษายืน

( สุมิตร สุภาดุลย์ - สมศักดิ์ อเนกพุฒิ - ศิริชัย จิระบุญศรี )
ศาลอาญา - นายสถาพร ดาโรจน์
ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ สุขเกื้อ
________________________________________________
มาตรา 108 ในการวินิจฉัยคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ต้องพิจารณาข้อเหล่านี้ประกอบ
(1) ความหนักเบาแห่งข้อหา
(2) พยานหลักฐานที่ปรากฏแล้วมีเพียงใด
(3) พฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีเป็นอย่างไร
(4) เชื่อถือผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันได้เพียงใด
(5) ผู้ต้องหาหรือจำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่
(6) ภัยอันตรายหรือความเสียหาย ที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใดหรือไม่
(7) ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องขังตามหมายศาล ถ้ามีคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ โจทก์ หรือผู้เสียหาย แล้วแต่กรณี ศาลพึงรับประกอบการวินิจฉัยได้

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสั่งให้ปล่อยชั่วคราวหรือศาลอาจรับฟังข้อเท็จจริง รายงานหรือความเห็นของเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ที่ เกี่ยวกับการ นั้นเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำร้องด้วยก็ได้

ในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจสั่งให้ปล่อยชั่วคราว หรือศาลจะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้ที่ถูกปล่อยชั่วคราว หรือกำหนดเงื่อนไขอื่นใดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติเพื่อป้องกันการหลบ หนี หรือเพื่อป้องกันภัยอันตราย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยชั่วคราวก็ได้
________________________________________________________
ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ ลีนนท์   *   www.lawyerleenont.com  *
สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ
        




คำพิพากษาฎีกาวิอาญา

ตรายางศาลประทับข้อความว่า ให้มาทราบคำสั่งทุก 7 วัน
ความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
เป็นเพียงการอ้างบทบัญญัติกฎหมายผิดพลาดไปเท่านั้น
หลอกลวงผู้เสียหายให้ขายดาวน์รถยนต์
ผู้เช่าซื้อมีอำนาจแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกได้
ไม่มีเจตนาเล่นการพนันด้วยจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย
บุคคลล้มละลายมีอำนาจฟ้องคดีอาญา
ข้อเท็จจริงแตกต่างกับในฟ้อง
อำนาจการควบคุมตัวผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน
มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ปรึกษาทนาย0859604258
ไม่ได้บรรยายฟ้องว่ากระทำโดยพลาด
ฟ้องคดีสมยอมสิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ระงับ
ได้รับประโยชน์ล้างมลทิน
ฟ้องร้องคดีในลักษณะสมยอม
โจทก์อ้างกฎหมายผิด
แก้ไขเล็กน้อยและจำคุกไม่เกินห้าปี
พิพากษาถึงข้อเท็จจริงที่มิได้กล่าวในฟ้อง article
เพื่อการอนาจารเป็นเจตนาพิเศษ | การบรรยายฟ้อง article
ของกลางที่พนักงานสอบสวนยึดไว้ | คดีถึงที่สุด article
ไม่สามารถนำผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาลให้ยกฟ้อง | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3843/2553
ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2553
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058