ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletชื่อสำนักทนายความ
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletสัญญาเช่าซื้อขายฝาก
bulletคดีแรงงาน
bulletฎีกาคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดโทษจำคุก
bulletคดีเช็คและตั๋วเงิน
bulletการสิ้นสุดแห่งการสมรส
bulletฎีกาปี2550
bulletฎีกาวิอาญา
bulletทรัพย์สินสามีภริยา
bulletคำพิพากษาคำสั่งศาล
bulletทรัพย์สินกรรมสิทธิ์
bulletหนี้ร่วมสามีภริยา
bulletพรบ.อาวุธปืน
dot
Newsletter

dot




ความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป

 

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th )


ความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย จำคุก 4 ปี มีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น จำคุก 1 ปี พาอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยมีอาวุธปืน จำคุก 4 เดือน

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่  20388/2555

พนักงานอัยการจังหวัดไชยา                   โจทก์
นายพินิต______________________     จำเลย
 

 
          โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย แต่ความผิดดังกล่าวรวมการกระทำหลายอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง เมื่อจำเลยใช้กำลังทำร้ายดาบตำรวจ ว. แต่ไม่เป็นเหตุให้ดาบตำรวจ ว. ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นแต่ไม่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ซึ่งมีบทลงโทษเบากว่าตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย
 
________________________________
 
            โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 371, 32, 91 ริบอาวุธปืนของกลาง

          จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนฯ และพาอาวุธปืนฯ ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140 วรรคสาม, 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายบทมาตราเดียวกัน ให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่น จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืน ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยมีอาวุธปืน จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 5 ปี 10 เดือน ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 3 เดือน ส่วนข้อหามีและพาอาวุธปืนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน รวมจำคุก 3 ปี 12 เดือน ริบของกลาง

          จำเลยอุทธรณ์
          ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานมีอาวุธปืนให้จำคุก 8 เดือน ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วรวมจำคุกจำเลย 3 ปี 7 เดือน ยกฟ้องข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน คืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

          โจทก์ฎีกา
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยรู้หรือไม่ว่าดาบตำรวจวัฒนาเป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งกำลังปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากแล้ว ไม่มีพยานปากใดเบิกความว่าในวันเกิดเหตุพันตำรวจตรีสมบัติแต่งเครื่องแบบข้าราชการตำรวจ คงมีแต่บันทึกการจับกุมเท่านั้นที่มีข้อความว่าพันตำรวจตรีสมบัติแต่งเครื่องแบบข้าราชการ ซึ่งไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟังเป็นยุติเช่นนั้นได้ ส่วนรถที่พยานโจทก์ทั้งสามปากใช้เป็นยานพาหนะแล่นติดตามจำเลยไปได้ความว่าพันตำรวจตรีสมบัติกับดาบตำรวจวัฒนานั่งรถยนต์ส่วนตัวของดาบตำรวจวัฒนา ส่วนพันตำรวจตรีเสวียนจะนั่งรถคันใดไปยังไม่ได้ความชัด เพราะพันตำรวจตรีเสวียนไม่ได้เบิกความเลยว่ารถที่พยานนั่งไปเป็นรถชนิดใด คงมีแต่คำเบิกความของดาบตำรวจวัฒนาที่ระบุว่ารถยนต์ที่พันตำรวจตรีเสวียนนั่งไปเป็นรถยนต์ของทางราชการ แต่ถ้อยคำของดาบตำรวจวัฒนาในเรื่องนี้มีใจความขัดแย้งกับพันตำรวจตรีสมบัติอย่างเห็นได้ชัด เพราะพันตำรวจตรีสมบัติเบิกความว่าพันตำรวจตรีเสวียนนั่งรถจักรยานยนต์ติดตามจำเลยไป ซึ่งเห็นได้อยู่ในตัวว่าพันตำรวจตรีเสวียนไม่ได้นั่งไปในรถยนต์ของทางราชการ ดังนั้น ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยรู้ดีว่าผู้ที่กำลังไล่ตามจำเลยไปเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางดาบตำรวจวัฒนา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่การที่จำเลยชกต่อยดาบตำรวจวัฒนาเป็นการใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นไม่เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจอันเป็นความผิดลหุโทษ แม้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย แต่เห็นได้ว่าความผิดที่โจทก์ฟ้องรวมการกระทำหลายอย่าง ซึ่งแต่ละอย่างอาจเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยใช้กำลังทำร้ายดาบตำรวจวัฒนา แต่ไม่เป็นเหตุให้ดาบตำรวจวัฒนาได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นแต่ไม่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ซึ่งมีบทลงโทษเบากว่าตามที่พิจารณาได้ความได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย

          พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ปรับ 1,000 บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงปรับ 750 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
 
 
( กำพล ภู่สุดแสวง - ปดารณี ลัดพลี - แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ )
 
ศาลจังหวัดไชยา - นายเกรียงศักดิ์ รอดพันธ์ชู
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมชัย จินะปริวัตอาภรณ์
 

 




คำพิพากษาฎีกาวิอาญา

ตรายางศาลประทับข้อความว่า ให้มาทราบคำสั่งทุก 7 วัน
เป็นเพียงการอ้างบทบัญญัติกฎหมายผิดพลาดไปเท่านั้น
หลอกลวงผู้เสียหายให้ขายดาวน์รถยนต์
ผู้เช่าซื้อมีอำนาจแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกได้
ไม่มีเจตนาเล่นการพนันด้วยจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย
บุคคลล้มละลายมีอำนาจฟ้องคดีอาญา
ข้อเท็จจริงแตกต่างกับในฟ้อง
อำนาจการควบคุมตัวผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน
มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา ปรึกษาทนาย0859604258
ไม่ได้บรรยายฟ้องว่ากระทำโดยพลาด
ฟ้องคดีสมยอมสิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ระงับ
ได้รับประโยชน์ล้างมลทิน
ฟ้องร้องคดีในลักษณะสมยอม
โจทก์อ้างกฎหมายผิด
แก้ไขเล็กน้อยและจำคุกไม่เกินห้าปี
พิพากษาถึงข้อเท็จจริงที่มิได้กล่าวในฟ้อง article
เพื่อการอนาจารเป็นเจตนาพิเศษ | การบรรยายฟ้อง article
ของกลางที่พนักงานสอบสวนยึดไว้ | คดีถึงที่สุด article
ไม่สามารถนำผู้เสียหายมาเบิกความต่อศาลให้ยกฟ้อง | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3843/2553
ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2553
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058
คำสั่งเกี่ยวกับการปล่อยตัวชั่วคราวห้ามอุทธรณ์ | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058