ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletชื่อสำนักทนายความ
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletสัญญาเช่าซื้อขายฝาก
bulletคดีแรงงาน
bulletฎีกาคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดโทษจำคุก
bulletคดีเช็คและตั๋วเงิน
bulletการสิ้นสุดแห่งการสมรส
bulletฎีกาปี2550
bulletฎีกาวิอาญา
bulletทรัพย์สินสามีภริยา
bulletคำพิพากษาคำสั่งศาล
bulletทรัพย์สินกรรมสิทธิ์
bulletหนี้ร่วมสามีภริยา
bulletพรบ.อาวุธปืน
dot
Newsletter

dot




อาวุธปืนของทางราชการทหารและ พรบ.อาวุธปืน

    

อาวุธปืนของทางราชการทหารและ พรบ.อาวุธปืน

                      คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1551/2516

 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดยโสธร

          ของกลางซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ใช้เฉพาะในการสงครามเป็นของทางราชการทหารแต่ได้หายไป จำเลยเป็นทหารแต่ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ครอบครองอาวุธปืนของกลาง การครอบครองของจำเลยไม่ใช่การครอบครองในราชการทหาร จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 55, 78 (ที่แก้ไขแล้ว)

          สำเนาเอกสารซึ่งโจทก์อ้างเป็นพยานต่อศาลนั้น จำเลยไม่ได้โต้แย้งปฏิเสธแต่ประการใด ทั้งนำสืบรับด้วยว่าเป็นเอกสารติดต่อซื้อขายสุราต่างประเทศ เช่นนี้ ศาลจึงรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นๆของโจทก์ได้
________________________________

          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2514 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองกับสิบเอกอุทัย  จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 541/2514ของศาลจังหวัดยโสธร ได้บังอาจร่วมกันมีเครื่องยิงลูกระเบิดแบบ เอ็ม 79รวม 2 เครื่อง และมีกระสุนปืนชนิดระเบิด 30 นัดชนิดลูกปราย 6 นัด ซึ่งเป็นอาวุธใช้เฉพาะแต่ในราชการสงคราม ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 6, 7, 38, 55, 72, 74, 78; (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501มาตรา 4, 5, 8, (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 กฎกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2501) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบของกลาง

          จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

          ศาลชั้นต้นได้รวมการพิจารณากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 541/2514แล้วพิพากษาว่าสิบเอกอุทัย  และเรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2501 มาตรา 8ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยคนละ 12 ปี คำให้การของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 ปี ให้ยกฟ้องนายอุดม  จำเลย ของกลางนั้นปรากฏว่าผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 6 ขอรับคืนไปแล้ว จึงไม่ริบ

          สิบเอกอุทัยจำเลยและเรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า สิบเอกอุทัย  จำเลย และเรืออากาศตรีไพบูลย์  จำเลย มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 55, 78; (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2501 มาตรา 5, 8กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2501) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ให้ลงโทษจำคุกสิบเอกอุทัย  จำเลย และเรืออากาศตรีไพบูลย์ จำเลยคนละ 12 ปี สิบเอกอุทัย  รับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ส่วนเรืออากาศตรีไพบูลย์ นั้น คำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกสิบเอกอุทัย จำเลย 6 ปี และจำคุกเรืออากาศตรีไพบูลย์  8 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

          เรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยฎีกา

          ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าเรืออากาศตรีไพบูลย์จำเลยได้ครอบครองอาวุธปืนของกลางไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต

          ที่จำเลยฎีกาว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ไม่ใช่บังคับกับอาวุธปืนของทางราชการทหารและอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2492 ระหว่างอัยการศาลทหารกรุงเทพ โจทก์พันจ่าเอกเดชา  กับพวก จำเลยและคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 890/2493 ระหว่างอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 4โจทก์ สิบเอกไสว จำเลยนั้น ข้อเท็จจริงในคดีที่จำเลยอ้างถึงดังกล่าว ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ กล่าวคือ ในคดีดังกล่าว จำเลยผู้มีอาวุธไว้ในความครอบครองเป็นทหาร และมีหน้าที่ต้องใช้อาวุธนั้น หรือมีหน้าที่ดูแลรักษาอาวุธนั้น แต่จำเลยในคดีนี้ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่ครอบครองอาวุธของกลาง และอาวุธของกลางก็เป็นของทางราชการทหารซึ่งหายไปการครอบครองของจำเลยไม่ใช่การครอบครองในราชการทหาร ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

          ที่จำเลยฎีกาว่าศาลไม่ควรรับฟังเอกสารหมาย จ.2อันเป็นจดหมายที่จำเลยเขียนถึงสิบเอกอุทัย  จำเลยอีกผู้หนึ่ง เพราะไม่ใช่ต้นฉบับนั้น เห็นว่าเอกสารหมาย จ.2 เป็นเพียงเอกสารที่รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ ทั้งจำเลยก็มิได้โต้แย้งปฏิเสธเอกสารฉบับนี้แต่ประการใด ทั้งยังนำสืบรับว่าเอกสารหมาย จ.2 นี้เป็นเอกสารที่ติดต่อซื้อขายสุราต่างประเทศเท่านั้น เพราะฉะนั้นแม้เอกสาร จ.2 นี้จะเป็นเพียงสำเนา ศาลก็รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่น ๆ ของโจทก์ได้

          พิพากษายืน

( ธานินทร์ กรัยวิเชียร - บุณยเกียรติ อรชุนะกะ - รัตน์ ศรีไกรวิน )

ศาลจังหวัดยโสธร - นายธรรมนิตย์ วิชญูเนตินัย
ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2501 มาตรา 5, 8
ป.วิ.อ. มาตรา 226, 238
ป.วิ.พ. มาตรา 93
กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 78, 55, 5(1), 4(6)

          




พระราชบัญญัติอาวุธปืน

ไม่มีอาวุธปืนเป็นของกลางศาลไม่อาจลงโทษจำเลยได้
เครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้
เครื่องกระสุนปืนชนิดเจาะเกราะหรือชนิดกระสุนเพลิง