ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletชื่อสำนักทนายความ
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletสัญญาเช่าซื้อขายฝาก
bulletคดีแรงงาน
bulletฎีกาคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดโทษจำคุก
bulletคดีเช็คและตั๋วเงิน
bulletการสิ้นสุดแห่งการสมรส
bulletฎีกาปี2550
bulletฎีกาวิอาญา
bulletทรัพย์สินสามีภริยา
bulletคำพิพากษาคำสั่งศาล
bulletทรัพย์สินกรรมสิทธิ์
bulletหนี้ร่วมสามีภริยา
bulletพรบ.อาวุธปืน
dot
Newsletter

dot




นำอาวุธติดตัว, ระหว่างเดินทางย่อมคิดทบทวน, เป็นพยายามฆ่า

ทนายความ

-ปรึกษากฎหมาย ทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์  ID line  :  leenont 

นำอาวุธติดตัว, ระหว่างเดินทางย่อมคิดทบทวน, เป็นพยายามฆ่า
ตามพฤติการณ์เมื่อจำเลย(สามี)พบผู้เสียหาย(สามีใหม่)ก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป การที่จำเลยนำอาวุธติดตัวไปด้วยแสดงว่าจำเลยเตรียมอาวุธปืนเพื่อที่จะฆ่าผู้เสียหายไว้แล้ว บ้านจำเลยและบ้านที่เกิดเหตุอยู่ห่างกันพอสมควร ระหว่างการเดินทางไปที่เกิดเหตุจำเลยย่อมคิดทบทวนหลายครั้งแล้วว่าจะฆ่าผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายไปเลยโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจำคุกตลอดชีวิต คำให้การจำเลยมีประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  11840/2554

พนักงานอัยการจังหวัดหลังสวน        โจทก์

          ว. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย อยู่กินด้วยกันที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรต่อมาเลิกกันโดยมิได้จดทะเบียนหย่า ว. ย้ายไปอยู่จังหวัดภูเก็ต ได้รู้จักกับผู้เสียหายและได้อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้เสียหาย จำเลยตามไปจังหวัดภูเก็ตและขู่ว่าหากแต่งงานใหม่จะฆ่า ว. กับผู้เสียหาย ต่อมาปี 2547 ว. กับผู้เสียหายได้มางานศพบิดา ว. ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จำเลยขู่จะฆ่า ว. และผู้เสียหายอีก จน ว. ได้แจ้งความไว้กับเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงว่าจำเลยมีความโกรธแค้น ว. และผู้เสียหายและก็คงหาโอกาสที่จะฆ่าบุคคลทั้งสองมาตลอด จนวันเกิดเหตุเมื่อจำเลยทราบว่า ว. และผู้เสียหายมาที่อำเภอหลังสวน จำเลยก็ได้เดินทางจากบ้านจำเลยไปที่บ้านพักของ ว. และผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป การที่จำเลยนำอาวุธติดตัวไปด้วยแสดงว่าจำเลยเตรียมอาวุธปืนเพื่อที่จะฆ่าผู้เสียหายไว้แล้ว ทั้งบ้านจำเลยและบ้านที่เกิดเหตุซึ่งอยู่คนละหมู่บ้านกันย่อมมีระยะทางห่างกันพอสมควร ระหว่างที่จำเลยเดินทางไปจำเลยย่อมคิดทบทวนหลายครั้งแล้วว่าจะฆ่าผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายไปเลยโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
 
          โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289 (4), 80, 32, 33, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง

          จำเลยให้การปฏิเสธ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพในข้อหามีและพาอาวุธปืน ส่วนข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำเลยให้การว่ากระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ

            ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นให้หนึ่งในสาม และฐานมีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจำคุก 6 ปี 8 เดือน ฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 6 ปี 17 เดือน ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ยก ริบของกลาง

          โจทก์อุทธรณ์
            ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 52 (1), 80 ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้จำคุกตลอดชีวิต คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน และฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 เดือน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นจำคุกจำเลย 33 ปี 13 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

          จำเลยฎีกา
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับกันฟังได้ว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยได้ใช้ปืนยิงนายบุญโลม ผู้เสียหายที่บริเวณลำตัวข้างขวาและแขนขวาทะลุปอดขวาฉีกขาด กระดูกต้นแขนขวาหัก เส้นเลือดแดงที่ต้นแขนขวาขาด มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่า นางวาสนาเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย มีบุตรด้วยกัน 2 คน ได้อยู่กินด้วยกันที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ต่อมาได้เลิกอยู่กินด้วยกันแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า โดยนางวาสนาได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต อยู่ได้ประมาณ 1 ปี ได้รู้จักกับผู้เสียหายและได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา จำเลยได้ตามไปที่จังหวัดภูเก็ตและได้ขู่ว่าหากแต่งงานใหม่จะฆ่านางวาสนากับผู้เสียหาย ต่อมาปี 2547 นางวาสนากับผู้เสียหายได้มางานศพบิดานางวาสนาที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จำเลยก็ได้ขู่จะฆ่านางวาสนาและผู้เสียหายอีก จนนางวาสนาได้แจ้งความไว้กับเจ้าพนักงานตำรวจ แสดงว่าจำเลยมีความโกรธแค้นนางวาสนาและผู้เสียหายตั้งแต่ที่ได้ทราบว่าทั้งสองคนอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา และก็คงหาโอกาสที่จะฆ่าบุคคลทั้งสองมาตลอด จนวันเกิดเหตุเมื่อจำเลยทราบว่านางวาสนาและผู้เสียหายมาที่อำเภอหลังสวน จำเลยก็ได้เดินทางจากบ้านจำเลยซึ่งอยู่ที่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 3 ตำบลนาขา อำเภอหลังสวนไปที่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 12 ตำบลนาขา อำเภอหลังสวน ซึ่งนางวาสนาและผู้เสียหายพักอยู่ เมื่อไปถึงจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายแล้วหลบหนีไปเลย การที่จำเลยนำอาวุธติดตัวไปด้วยแสดงว่าจำเลยเตรียมอาวุธปืนเพื่อที่จะฆ่าผู้เสียหายไว้แล้ว ทั้งบ้านจำเลยและบ้านที่เกิดเหตุซึ่งอยู่คนละหมู่กันย่อมมีระยะทางห่างกันพอสมควร ระหว่างที่จำเลยเดินทางไปจำเลยย่อมคิดทบทวนหลายครั้งแล้วว่าจะฆ่าผู้เสียหาย เมื่อไปถึงจำเลยก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายไปเลยโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน... ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

          พิพากษายืน
 
 
( ไสว จันทะศรี - สมชาย สินเกษม - ปริญญา ดีผดุง )
 
ศาลจังหวัดหลังสวน - นายต่อพงษ์ พ่วงมหา
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายบุญสิทธิ์ คงสุวรรณ
 




คำพิพากษาคดีอาญา

นำหนังสือมอบอำนาจเปล่าลงลายมือชื่อไปกรอกข้อความโอนขายที่ดิน
โกรธไม่ยอมคืนดีด้วยใส่ยาเบื่อหนูในโอ่งน้ำไม่ตายเป็นพยายามฆ่า
สำนักงานปฏิรูปฯเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01
การสมรสตามหลักกฎหมายอิสลาม
เช็คประกันหนี้ผู้ออกเช็คไม่ติดคุก
ลงลายมือชื่อรับรองคนต่างด้าว
อ้างเหตุป้องกันตัวไม่ได้
ทำร้ายร่างกายกับการป้องกันตัว
พรากเด็กหญิงไปเสียจากผู้ดูแลเพื่ออนาจาร
คดีรอการกำหนดโทษจำเลยมิใช่ผู้ต้องโทษตาม-พรบ.ล้างมลทิน
ให้การรับสารภาพรอการลงโทษจำคุก
ลักทรัพย์ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรมโทษหนักขึ้น
คำขอในส่วนแพ่งเนื่องความผิดอาญา article
วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนต้องห้ามฎีกา article
เบิกความอันเป็นเท็จในศาล article
ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ
ความผิดนอกราชอาณาจักร | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058
คำว่า-วิชาชีพ-ในคดีอาญา | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058
บันดาลโทสะหรือพยายามฆ่า | ปรึกษากฎหมาย 084 130 2058
บันดาลโทสะต้องถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง | ปรึกษา 084 130 2058
เบิกความอันเป็นเท็จ
ศาลฎีกาไม่อาจกำหนดโทษจำเลยเพิ่มเติมได้
ลักบัตรเครดิตและใช้เอกสารปลอมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
สเปรย์พริกไทยไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ
เป็นการใช้อำนาจของครูต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นศิษย์